สตช.เร่งปรับระบบรองรับเว็บตรวจสอบใบสั่งค้างจ่าย

เปิดเว็บตรวจสอบใบสั่งค้างจ่าย สตช.เร่งปรับระบบรองรับเชื่อมข้อมูลขนส่ง อนาคตพัฒนาให้จ่ายค่าปรับด้วยบัตรเครดิต พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการกองบังคับตำรวจทางหลวง (ทล.) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการระบบโปลิสทิคเก็จแมเนจเม้นท์ หรือพีทีเอ็ม (PoliceTicket Management) กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อยู่ระหว่างการมอบหมายให้คณะทำงานระบบพีทีเอ็มจัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพิ่มเติม

เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบกรณีใบสั่งค้างจ่ายว่า หลังจากที่ถูกจับปรับตามพ.ร.บ.จราจรทางบกไปแล้ว ได้ชำระค่าปรับตามระยะเวลาที่กฎหมายระบุแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ในอนาคตยังจะสามารถรองรับการเข้าไปตรวจสอบคะแนนความประพฤติในใบขับขี่ว่าเหลือกี่คะแนน ตามมาตรการบันทึกคะแนนผู้กระทำผิดกฎจราจร ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบให้เหมาะสม ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายที่สตช.จะนำมาตรการตัดแต้มคะแนนความประพฤติมาใช้ควบคุมผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ซึ่งการใช้งานในเว็บไซต์หรือระบบของสตช.ประชาชนแต่ละคนจะต้องเข้ามาลงทะเบียนเพื่อรับยูสเซอร์เนมและรหัสผ่าน โดยแต่ละคนก็จะมีรหัสผ่านเป็นส่วนตัวอย่างไรก็ตามขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างขั้นตอนการกำหนดว่าจะใส่ข้อมูลอะไรลงไปใบระบบการตรวจเช็คบ้างโดยสตช.จะต้องทำเว็บไซต์ให้เสร็จก่อนที่ระบบจะเชื่อมต่อกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)โดยเบื้องต้นจะทำให้สามารถตรวจสอบการกระทำความผิดและตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าปรับไปก่อน ในอนาคตจะมีการพัฒนาเพื่อให้ระบบรองรับการจ่ายค่าปรับด้วยบัตรเครดิตผ่านเว็บไซต์ การปฏิเสธใบสั่งในกรณีที่พบว่ารถที่กระทำความผิดไม่ใช่รถของตัวเราเอง โดยสามารถอัพโหลดรูปใบสั่ง ข้อมูลรถเบื้องต้นลงระบบ และให้เจ้าหน้าที่จัดการให้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง  นอกจากนี้จะพัฒนาให้ระบบสามารถตรวจสอบใบสั่งได้ทุกประเภท ทั้งใบสั่งที่เขียนด้วยมือ ใบสั่งที่ออกด้วยกล้องซีซีทีวี หรือเครื่องมือตรวจจับการกระทำความผิดต่างๆ อย่างไรก็ตาม สตช.จะพยายามเร่งดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการตรวจสอบการกระทำความผิดของตนเองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของประชาชน ที่ปัจจุบันมีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น อีกทั้งการพัฒนาเป็นระบบแอพพลิเคชั่นประชาชนจะสามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews